ทำไมเราจึงใช้ GDP ในการวัดความมั่งคั่งของแต่ละประเทศ?
หน้า 1 จาก 1 • Share •
ทำไมเราจึงใช้ GDP ในการวัดความมั่งคั่งของแต่ละประเทศ?
GDP (Gross Domestic Product ) หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หมายถึง มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ถูกผลิตภายในประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ โดยไม่คำนึงว่าผลผลิตนั้นจะผลิตขึ้นมาด้วยทรัพยากรของชาติใด ซึ่งถูกคิดค้นโดย Simon Kuznets
นักเศรษฐศาสตร์ชาวรัสเซีย ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ เมื่อปี1971
เป็นระบบบัญชีทางด้านเศรษฐกิจที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก มีกำเนิดขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ.1930 จัดทำโดยอาศัยพื้นฐานการพิจารณากระแสการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ อันได้แก่ กระแสการหมุนเวียนของเงินตรา (circular flow money) และกระแสการหมุนเวียนของสินค้า (circular flow of commodities) ในแต่ละประเทศจะมีความคล้ายคลึงกัน เนื่องจากได้ยึดเอาแม่แบบมาจากระบบบัญชีประชาชาติของสหประชาชาติ (United National System of National Accounting : UN SNA) เป็นหลัก สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เริ่มมีการจัดทำสถิติในรูปแบบบัญชีรายได้ประชาชาติครั้งแรกเมื่อ ปี ค.ศ. 1950 บัญชีนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการคำนวณหารายได้ประชาชาติของประเทศ
ทำไมเราจึงใช้ GDP ในการวัดความมั่งคั่งของแต่ละประเทศ?
**GDP หรือ gross domestic product เป็นตัวมูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่มีการผลิตและซื้อขายกันผ่านระบบตลาด ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ดังนั้นเป้าหมายของการสร้าง GDP ขึ้นมาเป็นดัชนีชี้วัด ก็เพื่อให้เราได้ทราบถึงมูลค่าของธุรกรรมทางเศรษฐกิจ ที่ได้เกิดขึ้นในอาณาบริเวณของประเทศเราในช่วงเวลาหนึ่งๆ
หากเรานำตัวเลข GDP ต่างคาบเวลามาคำนวณหาอัตราการเปลี่ยนแปลง เราจะได้ภาพของการเจริญเติบโต (หรือถดถอย) ของมูลค่าธุรกรรมในระบบเศรษฐกิจ
เมื่อเรานำ GDP มาหารด้วยจำนวนประชากร เราจะได้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า GDP per capita ซึ่งหมายถึงผลผลิต (ประชาชาติ) ต่อหัวประชากร
ตัวชี้วัดตัวนี้เองที่นักเศรษฐศาสตร์มักใช้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงมาตรฐานความเป็นอยู่ หรือความกินดีอยู่ดีของประชาชนโดยเฉลี่ย
จริงอยู่ที่ตัวเลข GDP นี้ไม่ได้นับรวมคุณภาพชีวิตของคนในสังคมเข้าไว้ในการคำนวณ แต่หลักฐานที่ปรากฏในโลกความเป็นจริงสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวสูงกว่า ย่อมมีความสามารถที่จะจัดหาบริการทางด้านสาธารณสุขที่ดีกว่า หรือระบบการศึกษาที่ดีกว่า ให้กับสมาชิกในสังคมได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง บรรดาสรรพสิ่งที่สะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี มักปรากฏในสังคมที่ประชาชนโดยเฉลี่ยมีรายได้สูง มากกว่าในสังคมที่ประชาชนโดยเฉลี่ยมีฐานะยากจน
แต่ก็มีอีกหลายด้านของคุณภาพชีวิตที่มักเดินสวนทางกับตัวเลข GDP ตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจที่ไร้ซึ่งกฎระเบียบในการควบคุมมลพิษอาจมีผลผลิตมวลรวมขนาดใหญ่ มีอัตราการขยายตัวของรายได้สูง แต่สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่มีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้กันกลับถูกทำลายเสียหาย หรือครอบครัวที่พ่อแม่เอาแต่หารายได้เพื่อยกระดับฐานะในสังคม อาจประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์ ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
ประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ตระหนักมานานแล้ว และยอมรับเสมอมาว่า GDP มิใช่ตัวชี้วัดที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่อาจสะท้อนให้เราเห็นถึงความอยู่ดีมีสุขในทุกๆ มิติของชีวิตได้
ปัญหาคือในขณะนี้ เรายังไม่มีตัวชี้วัดที่ครอบคลุมที่ดีกว่าและน่าเชื่อถือมากกว่ามาทดแทน GDP เท่านั้นเอง เรียกได้ว่านี่คือลักษณะปัญหาที่เกิดเพราะเป็นแนวคิดเชิงทฤษฎีที่ก้าวล้ำเกินความสามารถในการวัดค่า (Theory ahead of measurement)
แต่ GDPก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการวัดความสุขส่วนรวมของคนในประเทศได้ เรายังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆอีกมาก รวมทั้งสัดส่วนการผลิตและสัดส่วนการบริโภค ซึ่งจัดเป็นตัวชี้วัดด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีค่ะ
ที่มา:
http://th.wikipedia.org/wiki
http://www.fpo.go.th/FSEG/Source/ECO/ECO1.htm
นักเศรษฐศาสตร์ชาวรัสเซีย ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ เมื่อปี1971
เป็นระบบบัญชีทางด้านเศรษฐกิจที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก มีกำเนิดขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ.1930 จัดทำโดยอาศัยพื้นฐานการพิจารณากระแสการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ อันได้แก่ กระแสการหมุนเวียนของเงินตรา (circular flow money) และกระแสการหมุนเวียนของสินค้า (circular flow of commodities) ในแต่ละประเทศจะมีความคล้ายคลึงกัน เนื่องจากได้ยึดเอาแม่แบบมาจากระบบบัญชีประชาชาติของสหประชาชาติ (United National System of National Accounting : UN SNA) เป็นหลัก สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เริ่มมีการจัดทำสถิติในรูปแบบบัญชีรายได้ประชาชาติครั้งแรกเมื่อ ปี ค.ศ. 1950 บัญชีนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการคำนวณหารายได้ประชาชาติของประเทศ
ทำไมเราจึงใช้ GDP ในการวัดความมั่งคั่งของแต่ละประเทศ?
**GDP หรือ gross domestic product เป็นตัวมูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่มีการผลิตและซื้อขายกันผ่านระบบตลาด ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ดังนั้นเป้าหมายของการสร้าง GDP ขึ้นมาเป็นดัชนีชี้วัด ก็เพื่อให้เราได้ทราบถึงมูลค่าของธุรกรรมทางเศรษฐกิจ ที่ได้เกิดขึ้นในอาณาบริเวณของประเทศเราในช่วงเวลาหนึ่งๆ
หากเรานำตัวเลข GDP ต่างคาบเวลามาคำนวณหาอัตราการเปลี่ยนแปลง เราจะได้ภาพของการเจริญเติบโต (หรือถดถอย) ของมูลค่าธุรกรรมในระบบเศรษฐกิจ
เมื่อเรานำ GDP มาหารด้วยจำนวนประชากร เราจะได้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า GDP per capita ซึ่งหมายถึงผลผลิต (ประชาชาติ) ต่อหัวประชากร
ตัวชี้วัดตัวนี้เองที่นักเศรษฐศาสตร์มักใช้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงมาตรฐานความเป็นอยู่ หรือความกินดีอยู่ดีของประชาชนโดยเฉลี่ย
จริงอยู่ที่ตัวเลข GDP นี้ไม่ได้นับรวมคุณภาพชีวิตของคนในสังคมเข้าไว้ในการคำนวณ แต่หลักฐานที่ปรากฏในโลกความเป็นจริงสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศที่มีรายได้ต่อหัวสูงกว่า ย่อมมีความสามารถที่จะจัดหาบริการทางด้านสาธารณสุขที่ดีกว่า หรือระบบการศึกษาที่ดีกว่า ให้กับสมาชิกในสังคมได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง บรรดาสรรพสิ่งที่สะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี มักปรากฏในสังคมที่ประชาชนโดยเฉลี่ยมีรายได้สูง มากกว่าในสังคมที่ประชาชนโดยเฉลี่ยมีฐานะยากจน
แต่ก็มีอีกหลายด้านของคุณภาพชีวิตที่มักเดินสวนทางกับตัวเลข GDP ตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจที่ไร้ซึ่งกฎระเบียบในการควบคุมมลพิษอาจมีผลผลิตมวลรวมขนาดใหญ่ มีอัตราการขยายตัวของรายได้สูง แต่สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่มีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้กันกลับถูกทำลายเสียหาย หรือครอบครัวที่พ่อแม่เอาแต่หารายได้เพื่อยกระดับฐานะในสังคม อาจประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์ ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
ประเด็นเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ตระหนักมานานแล้ว และยอมรับเสมอมาว่า GDP มิใช่ตัวชี้วัดที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งไม่อาจสะท้อนให้เราเห็นถึงความอยู่ดีมีสุขในทุกๆ มิติของชีวิตได้
ปัญหาคือในขณะนี้ เรายังไม่มีตัวชี้วัดที่ครอบคลุมที่ดีกว่าและน่าเชื่อถือมากกว่ามาทดแทน GDP เท่านั้นเอง เรียกได้ว่านี่คือลักษณะปัญหาที่เกิดเพราะเป็นแนวคิดเชิงทฤษฎีที่ก้าวล้ำเกินความสามารถในการวัดค่า (Theory ahead of measurement)
แต่ GDPก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการวัดความสุขส่วนรวมของคนในประเทศได้ เรายังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆอีกมาก รวมทั้งสัดส่วนการผลิตและสัดส่วนการบริโภค ซึ่งจัดเป็นตัวชี้วัดด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีค่ะ
ที่มา:
http://th.wikipedia.org/wiki
http://www.fpo.go.th/FSEG/Source/ECO/ECO1.htm
Admin- Admin
- จำนวนข้อความ: 12
Join date: 20/08/2009

หน้า 1 จาก 1
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ